สาเหตุ อาการ และการป้องกันโรคเอดส์(AIDS)

สาเหตุ อาการ และการป้องกันโรคเอดส์ (AIDS)

       โรคเอดส์เป็นโรคติดเชื้อที่เป็นอันตรายมาก และเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ  เพราะในขณะนี้ยังไม่มียารักษา และยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันผู้ที่ติดเชื้อ

สาเหตุและการติดต่อโรคเอดส์ (AIDS)

โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส HIV ซึ่งเชื้อจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันโรคหรือกลไกต่อต้านเชื้อโรคของร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันลดน้อยลงหรือไม่มี   ร่างกายจึงติดเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ได้ง่าย แม้กระทั่งเชื้อที่พบอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ซึ่งตามปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนังบางชนิด

เชื้อไวรัส HIV จะมีอยู่ในเลือดหรือสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำลาย น้ำตา น้ำนม น้ำเหลือง เสมหะ และปัสสาวะของผู้ป่วยที่มีเชื้อเอดส์   เชื้อจะติดต่อไปยังผู้อื่น โดยผ่านทางบาดแผล รอยฉีกขาดที่ผิวหนัง หรือเยื่อบุ ของร่างกาย

ทางติดต่อที่สำคัญ คือ

  1. ในผู้ใหญ่โดยการมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อเอดส์ ทั้งแบบรักร่วมเพศ หรือรักต่างเพศ ผู้ชายที่มีประวัติเที่ยวหญิงโสเภณี มีโอกาสติดเชื้อสูง และเมื่อติดเชื้อแล้วก็จะนำมาแพร่ให้กับภรรยา ซึ่งแพร่ไปยังทารกในครรภ์ได้ต่อไป
  2. การได้รับเชื้อเอดส์ผ่านเข้าทางกระแสเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยา กระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ
  3. การถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากมารดาสู่ทารก ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยเชื้อผ่านทางรกหรือระหว่างคลอด โดยมีการฉีกขาดของผิวหนัง หรือเยื่อบุของลูก และเชื้ออาจผ่านทางน้ำนมไปสู่เด็กได้

อาการโรคเอดส์ (AIDS)

ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์เป็นการติดเชื้อแบบถาวร มีระยะพักตัวของโรคยาว อาจไม่มีอาการอะไรเลยเป็น เวลาหลายๆปี แต่สามารถแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้ การเจ็บป่วยจะเป็นการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกทำลาย และทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและก่อโรคได้ง่ายขึ้น เมื่อภูมิคุ้มกันถูกทำลายมากขึ้นก็จะมีอาการต่างให้เห็น เช่น

  1. ท้องเสียเรื้อรังมากกว่า 1 เดือน
  2. มีไข้นานเกินกว่า 1 เดือน
  3. มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างอย่างเรื้อรัง หรือเป็นรุนแรง
  4. มีต่อมน้ำเหลืองโตทั่วไป หรือมีตับ ม้ามโต
  5. มีการติดเชื้อรา เป็นฝ้าขาวในปากและคอ
  6. ไอเรื้อรัง
  7. มีผื่นที่ผิวหนังทั่วตัว
  8. น้ำหนักลด

การป้องกันโรคเอดส์ (AIDS)

เนื่องจากโรคเอดส์สามารถติดต่อโดยทางหลักๆคือการมีเพศสัมพันธุ์กับผู้ติดเชื้อ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุด คือการรักเดียวใจเดียว และต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์  และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของเครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด เป็นต้น สำหรับ คู่สามีภรรยาที่ติดเชื้อควรกำเนิด และแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ ไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และต้องได้รับยาต้านไวรัสทุกราย

ที่มา:โรคเด็กที่พบบ่อย กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข

วีดิโอที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุ อาการ และการป้องกันโรคเอดส์(AIDS)

8 Responses to สาเหตุ อาการ และการป้องกันโรคเอดส์(AIDS)

  1. ถ้าเป็นหนองในหลายๆครั้งมีสิทธ์เป็นเอดส์ไหม อ่่ะ

    • admin says:

      การที่เราเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็เสี่ยงที่จะติดเอดส์แล้วละครับ แต่บอกว่าเสี่ยงเฉยๆนะครับ เพราะการที่คนคนหนึ่งจะติดเชื้อเอดส์หรือไม่มีหลายปัจจัยครับ เช่น คู่ที่เราหลับนอนด้วยมีเชื้อเอดส์ในร่างกายหรือไม่หรือเป็นแต่หนองในเฉยๆ ปริมาณเชื้อมีมากพอไหม? ร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันโรคแค่ไฟน เป็นต้น ดังนั้นการที่จะรู้ว่าเราติดเชื้อเอดส์หรือไม่วิธีที่แน่นอนที่สุดคือ การตรวจเลือดเท่านั้นครับ และการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ การใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ครับ

  2. malin says:

    แล้วถ้าเรามีเพศสัมพันธ์ในช่วงระหว่างนั้นเกิดมีแลถลอกขึ้นหรือฝ่ายชายมีการฉีกเล็กน้อยของบริเวณนั้นมาอยากรู้ว่ามันจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเอดส์หรือโรคอื่นมากไหม

    • admin says:

      หากเรามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นครับ ยิ่งมีแผลด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงครับ แต่การจะติดโรคเอดส์หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆไหม มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น คู่นอนของเราป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีเชื้อ HIVในร่างกายไหม? เพื่อความสบายใจก็ควรจะตรวจเลือดดูครับ

  3. กลัวจะติดเอด says:

    หากเราขูดผิวหนังของผู้ติดเชื่อเอดแล้วเกาตุ่ม จะติดเชื้อได้ไหม

    • admin says:

      การติดเชื้อเอดส์นั้นมีหลายปัจจัยครับ ทั้งในเรื่องของตัวจำนวนเชื้อไวรัสในสารคัดหลั่ง ชนิดของสารคัดหลั่ง ภูมิคุ่มกันของร่างกาย ปริมาณเชื้อที่ได้รับ ฯลฯ การขูดผิวหนังของผู้ติดเชื้อหากเราขูดแล้วไม่มีเลือดหรือน้ำเหลืองออกมาโอกาสติดก็จะน้อยกว่าเราขูดผิวหนังผู้ป่วยถึงขั้นเลือดออกซิบๆ และอีกอย่างการเกาก็ต้องมาดูว่าเกาขนาดไหน มีรอยถลอกถึงขั้นเลือดออกไหม? สรุปง่ายๆ มันก็คือโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อนะครับว่าเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย แต่การติดไม่ติดมีวิธีเดียวที่รู้คือการตรวจเลือดเท่านั้นครับ

  4. ไม่ประสงค์ออกนาม says:

    มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตนเองแบบไม่ป้องกันจะติดเอดส์มั้ยครับ

    • admin says:

      ถามว่ามีความเสี่ยงไหม? ตอบว่ามีความเสี่ยงครับหากเราไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย แต่ถามว่าจะติดเอดส์ไหม? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่นอนของเราครับว่าเขามีเชื้อเอดส์ในร่างกายไหม? หากมีเราก็มีโอกาสติดครับ หากไม่มีก็ไม่ติด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>